ข่าวสารและบทความ

จรรยาบรรณของ Programmer
บทความ
ในทุกอาชีพล้วนมี จริยธรรมหรือจรรยาบรรณเป็นข้อกำหนดในการทำงานของเราเป็นตัวชี้วัดว่าเรา "เป็นคนแบบไหน" หากเราซึ่งไร้จรรยาบรรณล้วนส่งผลให้หน้าที่การงานหรืออาชีพของเราประสบความสำเร็จได้ยาก... วันนี้ SystemsWecare จะมาบอกว่าจรรยาบรรณของวิชาชีพของโปรแกรมเมอร์มีอะไรบ้าง อ่านกันเลยจ้าาาา 1. มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นหากเราไม่มีความซื่อสัตย์กับตนเองแล้วก็ยากที่จะมีความซื่อสัตย์กับผู้อื่น ไม่ว่าองค์กรไหนๆก็ย่อมอยากได้คนที่มีความซื่อสัตย์เข้ามาร่วมงานเพื่อให้องค์กรณ์เจริญก้าวหน้าต่อไป หากมีคนไม่ซื่อสัตย์ในองค์กรอยู่คนๆนั้นก็อาจจะไม่เจริญก้าวหน้าทางการงานได้ 2.ไม่ละทิ้งงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหาก Programmer ละทิ้งงานหรือทิ้งงานไว้กลางคัน ย่อมส่งผลเสียต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงานอันเกิดจากงานค้าง งานไม่สมบูรณ์ไม่สามารถส่งงานให้ลูกค้าได้ ย่อมส่งผลต่อหน้าที่การงานของ Programmer คนนั้นอย่างแน่นอน 3.ไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่Programmerควรคำนึงถึงเพราะ ไม่ว่าความลับของบริษัท ความลับของลูกค้า ซึ่งไม่ควรนำมาเปิดเผย หากเป็นองค์กรๆสามารถไล่ Programmerออกหรือหากเป็นลูกค้าสามารถยกเลิกสัญญาและฟ้องกลับได้ 4.มีความจงรักภักดีต่อองค์กรไม่ว่าองค์กรไหนๆก็ย่อมอยากได้คนทำงานที่จงรักภักดีต่อองค์กรหรือบริษัท ซึ่งคนเหล่านี้สามารถนำมาพาองค์กรหรือบริษัทไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้เช่นเดียวกับ "ข้อ1" หากองค์กรมีพนักงานไม่จงรักภักดีย่อมนำพาบริษัทหรือองค์กรย่อมไม่ก้าวหน้าแน่นอน 5.อุทิศตนให้กับวิชาชีพอย่างเต็มกำลังความสามารถความขยันหมั่นเพียรกับการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อให้มีความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 6.ไม่ทุจริตและคอรัปชั่นต้องทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนหรือแสวงผลประโยชน์ส่วนตนจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อองค์กร 7.มีความรักและความศรัทราต่อวิชาชีพสร้างจิตสำนึกที่ดีงาม ต้องมีความรับผิดชอบในเป้าหมายแห่งจรรยาบรรณ การมีความคิดที่กว้างไกล การปรับปรุงตนเองอยู่เสมอพร้อมทั้งแบ่งปันความรักและศรัทราต่อวิชาชีพกับผู้อื่น เป็นยังไงบ้างไม่ว่าอาชีพไหนย่อมมีจรรยาบรรณทุกอาชีพเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานหรือองค์กร บริษัท หากไร้ซึ่งจรรยาบรรณแล้วอาจจะไม่ประสบความสำเร็จกับหน้าที่การงานได้นะค่าาา #systemswecare
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป

แฮกเกอร์ขโมยพาสเวิร์ด จากร่องรอยความร้อนที่อยู่บนแป้นคีย์บอร์ด
ข่าวสาร
ผลการศึกษาล่าสุดโดยทีมนักวิจัยจาก Universsity of California, Irvine (UCI) พบว่าแฮกเกอร์สามารถขโมยพาสเวิร์ดหรือรหัสผ่านในคอมพิวเตอร์ของเราำด้ จากร่องรอยที่ทิ้งไว้บนคีย์บอร์ด ซึ่งเป็นความร้อนที่ถูกปล่อยออกมาจากนิ้วเวลาที่พิมพ์บนแป้นคีย์บอร์ดนั่นเองโดยศาสตราจารย์ Gene Tsudik ผู้ทำการศึกษาในเรื่องนี้ เผยว่าวิธีดังกล่าวคือการโจมตีรูปแบบใหม่ของแฮกเกอร์ ด้วยการใช้ Thermal Camera (กล้องตรวจจับอุณหภูมิ) ถ่ายภาพปุ่มบนแป้นคีย์บอร์ดที่เรากดลงไปซึ่งหลังจากเหยื่อใส่พาสเวิร์ดไปแล้ว ความร้อนจากนิ้วมือที่สัมผัสคีย์บอร์ดจะคงอยู่ได้นานถึง 1 นาทีดังนั้น หากใครพิมพ์พาสเวิร์ดแล้วลุกเดินไปที่อื่น ก็จะทำให้คนร้ายสามารถเข้ามาล้วงพาสเวิร์ดได้หลังจากนั้นซึ่งนักวิจัยเรียกการโจมตีแบบนี้ว่า "Thermanator"พร้อมทั้งบอกด้วยว่า วิธีการดังกล่าวนี้สามารถนำไปใช้เพื่อเข้าถึงข้อความ,รหัสต่างๆรวมถึงที่ใช้ทำธุรกรรมการเงินของธนาคารได้อย่างไรก็ตาม แฮกเกอร์จะต้องตั้งกล้อง Thermal Camera ในมุมมองที่สามารถเห็นคีย์บอร์ดของเหยื่อได้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งจากการทดลอง ทีมวิจัยให้ผุ้เข้าร่วม 31 คน ป้อนพาสเวิร์ดลงบนแป้นคีย์บอร์ด 4 แบบ ก่อนจะให้ผู้ที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ 8 คน พิมพ์รหัสจากชุดข้อมูลของแป้นคีย์บอร์ดที่ถูกกดลงไป ซึ่งได้มาจากฟุตเทจของกล้องตรวจจับอุณหภูมิหรือความร้อนผลจากการทดลองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลความร้อนที่บันทึกได้หลังจากป้อนรหัสไปแล้ว 30 วินาที ดีพอที่จะช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้เก่งด้านคอมพิวเตอร์สามารถกู้รหัสได้ ซึ่งนักวิจัยหวังว่าการค้นพบของพวกเขาจะช่วยกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนจากวิธีใส่พาสเวิร์ดแบบเดิมๆไปสู่วิธีการอื่นๆที่ปลอดภัยมากขึ้น #SystemsWecare
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป

6 ข้อคิดเพื่อการใช้ธนาคารออนไลน์ให้ปลอดภัย
ข่าวสาร
ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำของเรานอกจากการใช้สื่อสารระหว่างกันแล้วยังสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อีกด้วยMobile Banking หรือธนาคารออนไลน์สำหรับทำธุรกรรมทางการเงินผ่านคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ไม่ต้องเดินไปธนาคาร สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ขอให้มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้นก็ใช้งานได้และต้องระมัดระวังในการใช้งานอยู่เหมือนกันเพราะมีพวกมิจฉาชีพจ้องอยู่รอบตัวเราในโลกออนไลน์ ทางเราจึงสรุปการใช้งานอย่างปลอดภัยมาฝากกันค่าา 1.จำและพิมพ์ชื่อเว็บของธนาคารให้แม่นจะทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารผ่านเว็บไซต์ก็ควรเลือกธนาคารที่มีความปลอดภัย ควรจำและพิมพ์ชื่อเว็บของธนาคารให้ดี ไม่ควรใช้ Google ในการค้นหา เพราะบางทีเราอาจจะเจอเว็บเลียนแบบทำให้เราเข้าใจผิด ในกรณีเว็บหลอกลวงทางธนาคารก็ประกาศเตือนให้ระวังอยู่บ่อยๆ 2.เครื่องคอมที่ใช้ต้องมีสแกนไวรัสถ้าไม่มีก็ถือว่าเสี่ยง หากเราใส่ข้อมูลไปแล้วอาจมีไวรัสในเครื่องซึ่งไม่รู้ว่าฝังตัวมาจากไหน ดักจับเอาข้อมูลจากเราไปได้ ควรหมั่นสแกนไวรัสบ่อยๆและถ้าเครื่องคอมไม่ใช่ของเราไปยืมคนอื่นไปใช่งานที่ร้านเน็ตยิ่งมีความเสี่ยงสูงต้องระวังให้ดี 3.ควรใช้บริการ SMS เวลาสมัครใช้งาน Internet banking ควรสมัครใช้บริการ SMS ไว้ข้อมูลแจ้งเตือนหลังจากทำธุรกรรมเสร็จแล้ว เป็นการตรวจสอบว่าเราทำรายการหรืออาจจะมีแจ้งการใช้งานผ่านอีเมล์ก็ได้ 4.ตั้งวงเงินในการโอนและถอนให้เหมาะสมตั้งว่าสูงสุดเท่าไหร่ เพื่อป้องกันกรณีถูกขโมยข้อมูลไปแล้ว เงินในบัญชีเราจะไม่หายไปหมด 5.เปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยไม่ควรใช้รหัสครั้งแรกที่สมัครแล้วไม่เปลี่ยนเลย การเปลี่ยนรหัสผ่านลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลได้ ที่สำคัญเวลาเว็บ เมื่อพิมพ์รหัสผ่านเสร็จแล้ว ห้ามใช้เครื่องจำรหัสผ่าน พิมพ์เองใหม่ทุกครั้งปลอดภัยกว่า 6.ซื้อของออนไลน์ก็ให้เข้าเว็บที่น่าเชื่อถือสำหรับนักช๊อปควรเลือกซื้อของกับเว็บที่มีระบบรักษาความปลอดภัย จะได้อุ่นใจเวลาบอกข้อมูลบัตรเครดิตของเราอย่าลืมนะค่ะ ว่าอะไรที่ใช้งานได้สะดวกสบาย ความปลอดภัยก็จะน้อยลงไป internet Banking มีทั้งประโยชน์และโทษในตัว ซึ่งเรามองว่าอนาคตเราควรศึกษาเลือกใช้อย่างปลอดภัย.... #Systemswecareสนใจติดต่อร่วมงานกับเรา SystemsWecareLine ID : @systemswecare หรือ โทร.061-7929635,091-0170514พูดคุยกันได้ที่ https://www.systemswecare.com/
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป

15 คำศัพท์พื้นฐานของโปรแกรมเมอร์
บทความ
ทักษะด้านโปรแกรมเมอร์ใกล้ตัวเรามากขึ้น ตามด้วยตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องพบว่ามีคนหันมาเรียนรู้การเขียนโปรแกรมใหม่ปีละหลานล้านคน ดังนั้นทาง Systems wecare ได้รวบรวมคำศัพท์พื้นฐาน 15 คำต่อไปนี้ 1. ตัวแปร หรือ Variableเป็นตัวกลางที่ไปจับคู่กับข้อมูลที่ต้องการ ถือเป็นรากฐานของทุกโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เนื่องจากเป็นกุญแจสู่การรับค่าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหรอการทำงานแบบไดนามิก 2. ประเภทข้อมูล หรือ Data Typeการกำหนดประเภทให้ตัวแปลภาษาเข้าใจและจัดสรรหน่วยความจำได้อย่างเหมาะสม 3. ค่าคงที่ หรือ Constantมีลักษณะคล้ายตัวแปรสิ่งที่ต่างคือค่ามันคงที่ตลอดไม่ได้ผันแปรโดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ Compile - Time และ Run Time 4. การร่างโค๊ดก่อนเขียนจริง หรือ Pseudocodeแม้มือใหม่จะไม่ค่อยได้วางแผนร่างดค๊ดแต่การร่างดค๊ดภาษาที่เข้าใจง่ายก่อนแปลงโค๊ดคำสั่งของภาษานั้นๆ 5. เงื่อนไข หรือ Conditionalเป็นชุดคำสั่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์รู้ว่าต้องทำอะไรบ้่างในแต่ละกรณีรวมไปถึงการทำให้โปรแกรมรองรับเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดหรือการทำงานแบบไดนามิก 6. การสั่งวนลูป หรือ Loopใช้เมื่อต้องการให้โค๊ดส่วนหนึ่งทำตามจำนวนครั้งที่ต้องการหรือตรงตามเงื่อนไข 7. ฟังก์ชั่น หรือ Functionเป็นการเขียนโค๊ดลอยไว้เป็นหมวดหมู่อิสระเพื่อเอาไว้เรียกใช้จุดต่างๆของโค๊ดหลัก 8. โครงสร้างข้อมูล หรือ Data Stuctureเป็นรูปแบบของการจัดเรียงและจัดเก็บข้อมูลให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน 9. อ็อพเจ็กต์ หรือ Objectเป็นสิ่งต่างๆที่จัดเก็บไว้ในหน่วยความจำสำหรับอ้างอิง ซึ่งสิ่งนั้นๆเป็นได้ทั้งตัวแปร โครงสร้างข้อมูล หรือ ฟังก์ชั่น ก็ได้ 10. บริเวณบังคับใช้ตัวแปรที่ครอบคลุม หรือ Scopeกำหนดการใช้งานเฉพาะแต่ละดค๊ด 11. กลไกหรือวิธีการ หรือ Algorithmเป็นการพูดถึงโฟลว์การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ 12. ทูลแก้ไขโค๊ด หรือ IDEเป็นหัวใจสำคัญของชาวโปรแกรมเมอร์นอกจากแก้ไขโค๊ดปกติแล้วมักพ่วงมากับทูล 13. API เป็นชุดของโปรโตคอลและทูลที่ช่วยให้การพัมนาซอฟต์แวร์ 14. โมดูล หรือ Moduleการทำดค๊ดให้อยู่ในรูปโมดูลย่อยๆจะสามารถนำโค๊ดแต่ละดมดูลมาเลือกใช้หลายๆครั้งได้ 15. ภาษาที่ต้องแปลงก่อนใช้ Compiledภาษาที่ต้องมีตัวแปลซืึ่งเมื่อรับอแพจะมีการตรวจสอบความผิดพลาดของโค๊ดก่อนการแปลง เป็นยังไงบ้างค่ะเพื่อนๆไม่ง่ายและไม่ยากเลยใช่มั้ยของการเขียนโค๊ด การเป็นโปรแกรมเมอร์ก็เช่นกันเราต้องใช้ความพยายามและความสามารถเยอุะกันเลยยย  
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป

การรักษาความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศในธุรกิจ
บทความ
เทคโนโลยีสารสนเทศ คืออะไร เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technologies: ICTs) คือ เทคโนโลยีสองด้านหลักๆ ประกอบด้วยเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่ผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในกระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้าง และเผยแพร่สารสนเทศในรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียง ภาพ ภาพเคลื่อนไหว ข้อความหรือตัวอักษร และตัวเลข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแม่นยำ และความรวดเร็วให้ทันต่อการนำไปใช้ประโยชน์ ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศเทคโนโลยี่สารสนเทศมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น1. การศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยในด้านการค้นคว้าศึกษาแหล่งข้อมูล ทำให้การศึกษาง่ายขึ้นและไร้ขีดจำกัด ผู้เรียนมีความสะดวกในการค้นคว้าวิจัย 2. การดำรงชีวิตประจำวัน ทำให้มีความสะดวกคล่องตัวและรวดเร็วในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สามารถทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันได้หรือทำงานใช้เวลาน้อยลง 3. การดำเนินธุรกิจ ทำให้มีการแข่งขันระหว่างธุรกิจมากขึ้น ทำให้ต้องมีการพัฒนาองค์กรเพื่อให้ทันกับข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลาอันส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง 4. อัตราการขยายตัวทุก ๆ ด้านที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมีการติดต่อสื่อสารที่เจริญก้าวหน้าทันสมัย รวดเร็วถูกต้องและ ทำให้เป็นโลกที่ไร้พรหรมแดน 5. ระบบการทำงานมีคอมพิวเตอร์มาใช้ซื่อสามารถทำงานได้มากขึ้น งานบางอย่างมนุษย์ทำไม่ได ้ก็ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำงานแทนซึ่งได้ผลถูกต้องรวดเร็ว ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องประกอบด้วย1. ฮาร์ดแวร์ Hardware 2. ซอฟต์แวร์ Software3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้บริการข้อมูลและติดต่อสื่อสาร พื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วยส่วนประกอบ ดังนี้1. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ได้แก่     1. ฮาร์ดแวร์ Hardware     2. ซอฟต์แวร์ Software    3. ข้อมูล Data    4. บุคลากร People 2. โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบและผู้ใช้งาน Programmer System Analyst และ User เป็นบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในงานคอมพิวเตอร์    โปรแกรมเมอร์มีหน้าที่เขียนโปรแกรมตามที่นักวิเคราะห์ได้ออกแบบไว้ ส่วนผู้ใช้จะเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อทิศทางในการพัฒนาเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์มากที่สุด3. หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยแสดงผลและหน่วยเก็บข้อมูล    หน่วยรับข้อมูล ทำหน้าที่รับโปรแกรมและข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์    หน่วยประมวลผล ทำหน้าที่ประมวลผลและควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด    หน่วยแสดงผล ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์จากการประมวลผลข้อมูล    หน่วยเก็บข้อมูล ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่รอการประมวลผล และเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลในระหว่างที่รอส่งไปยังหน่วยแสดงผล4. การจัดการข้อมูล ซึ่งหมายถึงแฟ้มข้อมูล5. การประมวลผล ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน    1. การรวมบรวมข้อมูล    2. การประมวลผล    3. การดูแลรักษา การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศด้วยวิธีการเชิงกายภาพ    – การกำหนดสิทธิในการเข้าใช้ห้องเก็บข้อมูล     – การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยของห้องเก็บข้อมูล การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศด้วยวิธีการเชิงตรรกะ    – การเข้ารหัสข้อมูล     – การกำหนดให้ผู้ใช้ข้อมูลมีรหัสผ่านเพื่อการเข้าถึงข้อมูลได้     – การกำหนดสิทธิในการเข้าใช้ข้อมูลสารสนเทศที่แตกต่างกัน การรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่าย การรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่าย หมายถึง    – การรักษาความปลอดภัยของการเข้าใช้ข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่บนระบบเครือข่ายนั้นๆ     – การรักษาไว้ซึ่งประสิทธิภาพการส่งข้อมูลให้มีอัตราส่งคงที่ รวดเร็วและมีความถูกต้อง     – การป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น สแปมเมล์ (spam mail) โฆษณา เป็นต้น การรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่าย มี 2 ประเภท    – การรักษาความปลอดภัยเชิงกายภาพ     – การรักษาความปลอดภัยเชิงตรรกะ     1.) การรักษาความปลอดภัยเชิงกายภาพ           ตัวอย่าง          – การใช้เครื่องมือตรวจวัดสภาพการสื่อสาร ณ อุปกรณ์เชื่อมต่อระบบเครือข่ายเพื่อบ่งบอกถึงสิทธิการเข้าสู่ระบบเครือข่ายของบุคลากรแต่ละคน           อุปกรณ์          – อุปกรณ์เราว์เตอร์     2.) การรักษาความปลอดภัยเชิงตรรกะ ซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการระบบเครือข่าย (Network Management Software) ไฟล์วอลล์ (firewall) การกำหนดเลือกว่าวิธีใดเป็นวิธีที่เหมาะสม จะต้องคำนึงถึงปัจจัย– ระดับความวิกฤติหรือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากมีการบุกรุกเครือข่าย – งบประมาณการดำเนินการจัดหา ติดตั้ง และบำรุงรักษา – ความพร้อมด้านบุคลากรในองค์กร ภัยแฝงออนไลน์ สารสนเทศมากมายมหาศาล ทั้งดีและไม่ดี ส่งตรงถึงห้องนอนคนแปลกหน้า/ผู้ไม่ประสงค์ดี ใช้ไอทีเป็นช่องทางหาเหยื่อ เราอาจตกเป็นผู้ถูกกระทำหรือเป็นผู้กระทำเสียเองสังคมออนไลน์ การรวมกลุ่ม ค่านิยม แฟชั่น ทำให้เด็กและเยาวชนคล้อยตาม ตกเป็นทาสของเทคโนโลยี ความฟุ้งเฟ้อ ความเชื่อผิดๆ การที่ใช้งานง่าย แพร่หลาย ราคาถูก ทำให้เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย/ผิดศีลธรรม ทั้งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือโดยเจตนาก็ตาม การใช้เวลากับของเล่นไอที/โลกออนไลน์มากจนเกินไป ส่งผลในด้านลบ อาจทำให้เสียโอกาสการเรียนรู้ในด้านอื่นๆ การเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับเด็ก กฎสำหรับการใช้อีเมล์ ไม่ให้ที่อยู่อีเมล์แก่คนที่เราไม่รู้จัก ไม่เปิดอีเมล์จากคนหรือองค์กร/ธุรกิจที่เราไม่รู้จัก อีเมล์อาจจะมีสิ่งที่ไม่ดีมากมาย เช่น เรื่องราวที่ไม่เป็นจริง การติฉินนินทา และจดหมายลูกโซ่ที่พยายามจะเอาเงินจากกระเป๋าเรา ไวรัส อาจผ่านมากับข้อมูลอีเมล์ เข้ามาสู่คอมพิวเตอร์ของเรา ภาพที่ไม่เหมาะสม ผิดกฎหมาย ภาพยนตร์ อาจถูกส่งมาพร้อมกับข้อมูลอีเมล์ วิธีการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมที่ปรากฎบนจอคอมพิวเตอร์ ปิดหน้าเว็บ ไม่ได้ผล ปิดเบราเซอร์ browser ถ้ายังไม่ได้ผล ปิดคอมพิวเตอร์พร้อมกับแจ้งผู้ปกครองหรือครู จำไว้ว่า เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาโดยการบอกให้คนอื่นทราบหากเราพบอะไรผิดพลาด กฎของการแชท ไม่สามารถเชื่อได้ว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นคนอย่างที่เค้าพูด อย่าให้ชื่อจริง ควรใช้ชื่อสมมุติ อย่าให้ข้อมูลว่าคุณอยู่ทีไหน หมายเลขโทรศัพท์ (โทรศัพท์มือถือ) เรียนอยู่ที่ไหน พ่อแม่เป็นใคร ทำความเข้าใจให้ชัดเจนถึงกฎของแต่ละห้องแชท ที่จะเข้าไปเล่น ให้จำไว้ว่าคุณอาจเป็นบุคคลนิรนามในอินเทอร์เน็ต แต่บ่อยครั้งที่คนอื่นสามารถสืบเสาะได้ว่าใครเป็นคนใส่ข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ต้องมีความสุภาพกับผู้อื่นเสมอ กฎของการแชท การสื่อสารทางออนไลน์ ไม่ออกไปพบกับบุคคลที่พบ รู้จักสื่อสารผ่านทางออนไลน์ ถ้ารู้สึกถูกกดดัน จากการสื่อสารออนไลน์กับใคร ให้ปรึกษากับผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบ ให้ชื่ออีเมลกับเพื่อนที่รู้จักดี ไม่ควรให้กับคนแปลกหน้า ปรึกษา หารือกับผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบเสมอ อย่าให้ถูกหลอกล่อ หรือถูกกดดันเพื่อไปพบเจอกับคนที่รู้จักออนไลน์ หากถูกใครหรือสิ่งใดรบกวนในห้องแชท ให้รีบออกจากการสนทนา และอย่าติดต่อ สนทนาอีก กฎ – การป้องกันไวรัส และข้อมูลขยะ หากข้อมูลบางอันรู้สึกดีเกินที่จะเชื่อได้ สรุปได้เลยว่าไม่จริง ให้ระวังอีเมล์ที่บอกว่าโปรดส่งต่อให้ทุก ๆ คน เพราะอาจจะมีแต่เรื่องหลอกลวงไร้สาระ หรือมีไวรัสที่ไม่ควรส่งต่ออย่าเข้าไปในเวบไซด์ของธนาคารใด ๆ ที่อ้างบอกให้คุณแจ้งรหัสผ่าน เก็บรหัสผ่านเป็นความลับเสมอ ให้ระมัดระวัง เวบไซด์ที่ให้ดาวน์โหลดฟรี หรือมีเกมให้เล่นฟรี เพราะอาจเต็มไปด้วยไวรัส หรือจะมีข้อมูลที่ไม่เหมาะสมส่งมาให้คุณ บางครั้ง บางคนอาจจะใช้ เล่ห์ ลวงให้คุณเชื่อมต่อไปยังเวบไซด์ที่ไม่เหมาะสม กฎการเผยแพร่เรื่องราวในเว็บบล็อก ตรวจสอบให้มั่นใจว่าใส่เฉพาะข้อมูลที่ปลอดดภัย ให้มีรหัสส่วนตัวเพื่อปกป้องรูปภาพของคุณ ต้องได้รับการอนุญาตจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ในการสร้างเวบไซด์ของคุณเอง และให้ท่านเหล่านั้นช่วยตรวจสอบ ทบทวนสม่ำเสมอ อย่าใส่เรื่องราวส่วนตัวเข้าไปในเว็บบล็อก หรือ ในการสนทนากลุ่ม จำเป็นต้องมีความระมัดระวังมาก ๆ ในการใส่อะไรลงไปในอินเทอร์เน็ต เพราะทันทีที่มีการเผยแพร่คนจากทั่วโลกสามารถเห็นได้ และอาจมีการนำข้อมูลไปใช้ในทางผิด ๆ ข้อแนะนำการใช้อินเตอร์เน็ต เรียนรู้เกี่ยวกับมารยาททั่วไปในการใช้อินเทอร์เน็ต netiquette ทำตามหลักพื้นฐานความปลอดภัย และเรียนรู้วิธีการ แนวปฏิบัติเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงออนไลน์ มารยาททั่วไปในการใช้อินเตอร์เน็ต ไม่ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อล่วงละเมิดหรือรบกวน ผู้อื่น ไม่ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรม ไม่นำข้อมูลของผู้อื่นมาใช้ในทางที่ผิด หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น ๆ ไม่บอกรหัสกับผู้อื่นแม้แต่เพื่อนสนิท ไม่ใช้บัญชีชื่อผู้ใช้ของผู้อื่น หรือใช้เครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ยืมหรือใช้โปรแกรม รูปภาพ หรือข้อมูลของผู้อื่นบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้ร้บอนุญาตจากเจ้าของ ไม่ฝ่าฝืนข้อห้ามของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ไม่เจาะเข้าระบบของผู้อื่นหรือท้าลองให้ผู้อื่นเจาะระบบของตัวเอง หากพบมีการรั่วไหลในระบบ หรือบุคคลน่าสงสัยให้รีบแจ้งผู้ให้บริการในทันที หากต้องยกเลิกการใช้อินเตอร์เน็ตให้ลบข้อมูลทั้งหมดและแจ้งผู้ดูแลเว็บไซต์ การทิ้งบัญชีชื่อผู้ใช้งานไว้บนอินเตอร์เน็ตอาจทำให้มีผู้ไม่หวังดีเจาะเข้ามาในระบบได้ กฎความปลอดภัย ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเช่น เบอร์โทรศัพท์ ชื่อโรงเรียน ชื่อเพื่อนหรือผู้ปกครอง ไม่นัดแนะเพื่อพบปะกับบุคคลที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ตโดยไม่บอกผู้ปกครอง ไม่ส่งรูปหรือข้อมูลส่วนตัวให้กับคนที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ต ไม่ให้ความสนใจหรือตอบโต้กับคนที่ถ้อยคำหยาบคาย ไม่โหลดสิ่งที่ไม่คุ้นเคยหรือเปิดเอกสารจากอีเมล์ของคนที่เราไม่รู้จัก หากพบข้อความหรือรูปภาพรุนแรง ให้รีบแจ้งผู้ปกครองหรือคุณครู เคารพในกฎระเบียบ นโยบาย หรือข้อตกลงที่ให้ไว้กับผู้ปกครองและคุณครูในการใช้อินเตอร์เน็ต ประเภทของภัยคุกคาม ภัยภิบัติที่เกิดขึ้นกับระบบ (Disaster) เป็นความเสียหายทั้งทางด้านกายภาพและด้านข้อมูล ที่เกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์ Hardware Programs แฟ้มข้อมูล และอุปกรณ์อื่น ๆ ถูกทำลายให้ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งที่ร้ายแรงที่สุดอาจก็คือการที่ภัยนั้นทำให้ระบบล่มไม่สามารถใช้งานได้ ประเภทของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายนั้น สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท หลัก ๆ ดังนี้ 1. ภัยคุกคามทางตรรกะ (Logical) หมายถึง ภัยคุกคามทางด้านข้อมูล 2. ภัยคุกคามทางกายภาพ (Physical) หมายถึง ภัยที่เกิดกับตัวเครื่องและอุปกรณ์ เช่น ภัยภิบัติจากธรรมชาติ และภัยจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำความเสียหายให้กับตัวเครื่องและอุปกรณ์ ภัยคุกคามทางด้านข้อมูล Hacker คือ ผู้ที่แอบเข้าใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานหรือองค์กรอื่น โดยมิได้รับอนุญาต แต่ไม่มีประสงค์ร้าย หรือไม่มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ใครทั้งสิ้น แต่เหตุผลที่ทำเช่นนั้นอาจเป็นเพราะต้องการทดสอบความรู้ความสามารถของตนเองก็เป็นไปได้ Cracker คือ ผู้ที่แอบเข้าใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานหรือองค์กรอื่น โดยมีเจตนาร้ายอาจจะเข้าไปทำลายระบบ หรือสร้างความเสียหายให้กับระบบ Network ขององค์กรอื่น หรือขโมยข้อมูลที่เป็นความลับทางธุรกิจ Note : ไม่ว่าจะเป็น Hacker หรือ Cracker ถ้ามีการแอบเข้าใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายของผู้อื่น แม้ว่าจะไม่ประสงค์ร้ายก็ถือว่าไม่ดีทั้งสิ้น เพราะขาดจริยธรรมด้านคอมพิวเตอร์ ไวรัส (Viruses) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่เขียนขึ้นโดยความตั้งใจของ Programmer ถูกออกแบบมาให้แพร่กระจายตัวเองจากไฟล์หนึ่งไปยังไฟล์อื่นๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ไวรัสจะแพร่กระจายตัวเองอย่างรวดเร็วไปยังทุกไฟล์ภายในคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะทำให้ไฟล์เอกสารติดเชื้ออย่างช้าๆ แต่ไวรัสจะไม่สามารถแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้ด้วยตัวมันเอง โดยทั่วไปแล้วจะเกิดจากการที่ผู้ใช้ใช้สื่อจัดเก็บข้อมูล เช่น Diskette คัดลอกไฟล์ข้อมูลลง Disk และติดไวรัสเมื่อนำไปใช้กับเครื่องอื่น หรือไวรัสอาจแนบมากับไฟล์เมื่อมีการส่ง E-mail ระหว่างกัน หนอนอินเตอร์เน็ต (Worms) มีอันตรายต่อระบบมาก สามารถทำความเสียหายต่อระบบได้จากภายใน เหมือนกับหนอนที่กัดกินผลไม้จากภายใน หนอนร้ายเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถแพร่กระจายตัวเองจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยอาศัยระบบเน็ตเวิร์ค (ผ่านสาย Cable) ซึ่งการแพร่กระจายสามารถทำได้ด้วยตัวของมันเองอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าไวรัส เมื่อไรก็ตามที่คุณสั่ง Share ไฟล์ข้อมูลผ่าน Network เมื่อนั้น Worms สามารถเดินไปกับสายสื่อสารได้ Spam mail คือ การส่งข้อความที่ไม่เป็นที่ต้องการให้กับคนจำนวนมาก ๆ จากแหล่งที่ผู้รับไม่เคยรู้จักหรือติดต่อมาก่อน โดยมากมักอยู่ในรูปของ E-mail ทำให้ผู้รับรำคาญใจและเสียเวลาในการลบข้อความเหล่านั้นแล้ว Spam mail ยังทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตลดลงด้วย ภัยคุกคามในการทำธุรกิจ E- Commerce ในการทำธุรกิจบนระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อาจจะเกิดภัยคุกคามต่อเว็บไซต์ได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรจะรู้ว่ามีภัยคุกคามใดบ้างที่อาจเกิดขึ้นกับระบบ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการป้องกันล่วงหน้า ตัวอย่างภัยคุกคามที่ควรระวังสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น 1. การเข้าสู่เครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น มีบุคคลอื่นแอบอ้างในการใช้ชื่อ Login Name และ Password ในการเข้าไปทำธุรกรรมซื้อขายบน Web site แทนตัวเราเอง2. การทำลายข้อมูลและเครือข่าย เช่น Cracker เจาะระบบเข้าไปทำลาย file และข้อมูลภายในเครื่อง Server ของ Web site ผู้ขาย ทำให้ข้อมูลสมาชิกหรือลูกค้าของระบบเกิดความเสียหาย3. การเปลี่ยนแปลง การเพิ่ม หรือการดัดแปลงข้อมูล เช่น การส่ง Order หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ในการสั่งซื้อสินค้า หรือการที่จดหมายถูกเปิดอ่านระหว่างทาง ทำให้ข้อมูลไม่เป็นความลับ และผู้เปิดอ่านอาจเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อความในจดหมาย เช่น การแก้ไขจำนวนยอดของการสั่งซื้อสินค้า เป็นต้น4. การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต เมื่อเราสมัครเป็นสมาชิกไว้ใน Web site ใด ๆ Server ของเจ้าของ Web site จะเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราไว้ หากเจ้าของ Web Site ขาดจริยธรรมในการทำธุรกิจอาจนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปขายให้องค์กรอื่น เช่น ขายข้อมูลให้กับบริษัทบัตร Credit เป็นต้น5. การทำให้ระบบบริการของเครือข่ายหยุดชะงัก เช่น การที่ Cracker เข้ามาทำลายระบบเครือข่าย และส่งผลให้เครื่อง Server ของเจ้าของ Web site ไม่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าของเขาได้จนกว่าระบบนั้นจะถูกแก้ไข ดังนั้น เมื่อระบบล่มเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมง หรืออาจจจะนานหลายวันก็จะส่งผลต่อยอดขายสินค้าบน Web ด้วย6. การขโมยข้อมูล เมื่อตัวเราเองเป็นผู้ให้ข้อมูลไว้กับ Web site ที่เราจะซื้อขายสินค้า ข้อมูลนั้นอาจถูกขโมยจากเจ้าของ Web site จากผู้ดูแล Web หรือจาก Cracker ที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อเขาเหล่านั้น แต่ส่งผลเสียกับตัวเรา เพราะการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเขาของเราโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการขโมย7. การปฏิเสธการบริการที่ได้รับ เช่น ปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปกรอกรายการสั่งซื้อที่ Web site โดยใช้ชื่อนี้หรืออ้างว่าสั่งซื้อสินค้าแล้วแต่ไม่ได้รับการจัดส่งสินค้าจาก web site ดังกล่าวเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการชำระเงินค่าสินค้าส่วนที่เหลือ8. การอ้างว่าได้ให้บริการ หรือ อ้างว่าได้ส่งมอบสินค้าและบริการแล้ว9. Virus ที่แอบแฝงมากับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ส่งผลทำให้เครื่อง Server ของเจ้าของ web site ได้รับความเสียหาจากการที่ Virus ทำลายข้อมูลและ file ต่าง ๆ ภายในระบบ การรักษาความปลอดภัยบนระบบคอมพิวเตอร์ จำแนกการรักษาความปลอดภัยออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1. ความปลอดภัยของข้อมูล (Information Security) ข้อมูลจัดเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งขององค์กร และเป็นหัวใจหลักสำหรับการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เช่นเดียวกับการรักษาความปลอดภัยของตัวเครื่องและอุปกรณ์ หรืออาจให้ความสำคัญมากกว่าด้วยซ้ำไป 2. ความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security) ได้แก่ ทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ   มาตรการการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล 1. การระบุตัวบุคคลและอำนาจหน้าที่ (Authentication & Authorization) เพื่อระบุตัวบุคคลที่ติดด่อ หรือทำธุรกรรมร่วมด้วย 2.การรักษาความลับของข้อมูล (Confidentiality) เพื่อรักษาความลับในขณะส่งผ่านทางเครือข่ายไม่ให้ความลับถูกเปิดโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้รับ 3.การรักษาความถูกต้องของข้อมูล (Integrity) เพื่อการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้รับแอบเปิดดู และแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล 4. การป้องกันการปฏิเสธ หรือ อ้างความรับผิดชอบ (None-Repudiation) เพื่อป้องกันการปฎิเสธความรับผิดในการทำธุรกรรมระหว่างกัน เช่น การอ้างว่าไม่ได้ส่งหรือไม่ได้รับข้อมูล ข่าวสาร การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การเข้ารหัส (Cryptography) คือ การทำให้ข้อมูลที่จะส่งผ่านไปทางเครือข่ายอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถอ่านออกได้ ด้วยการเข้ารหัส (Encryption) ทำให้ข้อมูลนั้นเป็นความลับ ซึ่งผู้ที่มีสิทธิ์จริงเท่านั้นจะสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ด้วยการถอดรหัส (Decryption) โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ (ESET NOD32) ชื่อ โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ NOE 32บริการ ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ (จัดสรรให้หน่วยงานศาลตามโควต้า)โปรแกรม ESET NOD 32 version 2.7, ESET NOD 32 version 3.0หน่วยงาน สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มผู้ดูแล กลุ่มระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ วัตถุประสงค์ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศได้ริเริ่มโครงการบำรุงรักษาระบบความปลอดภัยบนเครือข่ายจากไวรัสคอมพิวเตอร์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันข้อมูลและระบบงานคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมให้มีความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการถูกทำลายหรือก่อให้เกิดความเสียหายจากไวรัสคอมพิวเตอร์ และภัยคุกคามอื่นๆ ซึ่งในโครงการดังกล่าว สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการจัดซื้อโปรแกรมป้องกันไวรัส Eset NOD32 V.2.7 Enterprise และได้ส่งมอบโปรแกรมพร้อมลิขสิทธิ์ (License) ให้แก่ศาลทั่วประเทศเพื่อใช้ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของหน่วยงาน ต่อมาโปรแกรม Eset NOD32 ได้มีการพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ ได้แก่ Eset NOD32 V.3.0 Business ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกำจัดไวรัสได้ดียิ่งขึ้น สำนักงานศาลยุติธรรมได้ต่อรองกับบริษัทผู้แทนจำหน่าย ขอให้ศาลสามารถใช้โปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ได้โดยใช้ ลิขสิทธิ์เดิมได้ ซึ่งศาลทั่วประเทศสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมและคู่มือการใช้งานโปรแกรม Eset NOD32 ทั้งเวอร์ชั่น V.2.7 Enterprise และ V.3.0 Business ได้ที่นี่ คุณสมบัติของโปรแกรม – อินเตอร์เฟซใหม่ใช้งานง่ายขึ้น – สามารถป้องกันและทำลายไวรัสได้ โดยอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอ – สามารถตรวจจับและป้องกันไฟล์ที่มีความเสี่ยงหรือทำงานเหมือนเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ – สามารถอัพเดตผ่านอินเทอร์เน็ต หรือตั้งเครื่องแม่ข่ายเป็นศูนย์อัพเดตในองค์กรได้เร็วขึ้น – สามารถตรวจสอบ ควบคุม และจัดการผู้ใช้โปรแกรมในเครือข่ายได้โดยผ่าน Console สำหรับ ESET NOD 32 version 2.7 ซึ่งเป็น Enterprise Edition (ฺBusiness Edition ไม่มีความสามารถนี้)   อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (Firewall) ชื่อ อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (Firewall)บริการ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ติดตั้งที่เครื่องแม่ข่ายโปรแกรม –หน่วยงาน สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มผู้ดูแล กลุ่มระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ วัตถุประสงค์ ปัจจุบันรัฐบาลโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้วางเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายของหน่วยงานภาครัฐ (GIN) เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่างสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยด้วยสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานหนึ่งในโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศเห็นควรดำเนินการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ (GIN) เพื่อเพิ่มระบบความปลอดภัยของหน่วยศาลในโครงการดังกล่าวให้เพิ่มมากขึ้น คุณสมบัติของอุปกรณ์ – สามารถกรองข้อมูล และป้องกันความปลอดภัยจากการรุกรานจากภายนอก – สามารถกำหนดบังคับนโยบายความปลอดภัยสำหรับการใช้งานในเครือข่าย – สามารถป้องกันเครือข่ายภายในบางส่วนจากการเข้าถึงของเครือข่ายภายนอก – สามารถบันทึกข้อมูลเข้าออกและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านเข้าออกอุปกรณ์ได้ (เก็บ Log Files) – สามารถรีโมทเพื่อปรับแต่งกำหนดค่าอุปกรณ์ได้   ระบบเครือข่ายเสมือนส่วนตัว (Virtual Private Network) ชื่อ ระบบเครือข่ายเสมือนส่วนตัว (Vitual Private Network)บริการ โครงสร้างระบบเครือข่าย ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Firewallโปรแกรม –หน่วยงาน สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มผู้ดูแล กลุ่มระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ วัตถุประสงค์ ปัจจุบันรัฐบาลโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้วางเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายของหน่วยงานภาครัฐ (GIN) เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่างสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยด้วยสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานหนึ่งในโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศเห็นควรดำเนินการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ (GIN) เพื่อเพิ่มระบบความปลอดภัยของหน่วยศาลในโครงการดังกล่าวให้เพิ่มมากขึ้น เครือข่ายเสมือนส่วนตัว (Virtual Private Network) หรือที่เรียกย่อๆ ว่า VPN คือ การสร้างเครือข่ายส่วนตัวโดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายสาธารณะด้วยการเข้ารหัส package ก่อนส่ง เพื่อให้ข้อมูลมีความปลอดภัย VPN เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN-Wide Area Network) ใช้ในหน่วยงานที่มีหลายสาขา หรือ มีสำนักงานกระจัดกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค คุณสมบัติของระบบ – สามารถสร้างเครือข่ายส่วนตัวโดยอาศัยเครือข่ายสาธารณะ เพื่อเชื่อมโยงหน่วยงานสาขาที่มีอุปกรณ์ Firewall เพื่อทำ Tunnel – สามารถป้องกันข้อมูลส่งผ่านเครือข่ายสาธารณะด้วยการเข้ารหัส package – สามารถเชื่อมต่อที่เรียกว่า Hub and Spoke จำลองช่องสื่อสาร ทำให้สามารถเชื่อมต่อระหว่าง Node โดยสายสัญญาณที่น้อยลง และสามารถควบคุมการสื่อสารได้   การเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log Files) ชื่อ ระบบเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log Files)บริการ จัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์และการกระทำ เพื่อสามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550โปรแกรม –หน่วยงาน สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มผู้ดูแล กลุ่มระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ วัตถุประสงค์ เพื่อการจัดข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถตรวจสอบหา เวลา ต้นทาง ปลายทาง บริการที่ใช้งาน และปริมาณข้อมูลได้ และเพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์จะส่งข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ Server ที่ทำการจัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา คุณสมบัติของระบบ – เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กฎหมายระบุ – กำหนดระยะเวลาการเก็บไม่น้อยกว่า 90 วัน – เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ทั้งที่ใช้งานผ่านระบบงานภายใน และใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต – แบ่งโฟลเดอร์จัดเก็บเป็นวันเพื่อสะดวกในการค้นหาแต่ละวัน   ระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย (Wire & Wireless LAN Security) ชื่อ ระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายภายใน (LAN Security)บริการ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงกระบวนการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลบนเครือข่ายโปรแกรม –หน่วยงาน สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มผู้ดูแล กลุ่มระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ วัตถุประสงค์ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล และทรัพยากรบนเครือข่าย และป้องกันการเข้าใช้ระบบจากบุคคลภายนอก คุณสมบัติของระบบ – เครือข่ายแบบใช้สาย มีระบบรักษาความปลอดภัยโดยใช้ Firewall เป็นตัวกำหนด Policies กำหนดสิทธิ์ว่าแต่และกลุ่มจะสามารถรับส่งข้อมูล – เครือข่ายแบบไร้สาย มีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานคือ มีการใช้เข้ารหัสข้อมูล KEY และการใช้งานระบุตัวตน (Authentication)     ที่มา : paramad
ผู้สร้าง : Mr.Pasupat S.

mark Zuckerberg ยืนยัน Facebook จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฏ GDPR ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก
ข่าวสาร
Mark Zuckerberg CEO Facebook ออกมาแก้ข่าวทันควันหลักจาก Reuters รายงานว่า Facebook ยังไม่มีแผนขยายการใช้ General Data Protection Regulation (GDPR) หรือกฏหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในยุโรปให้ครอบคลุมผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวดังระบุว่า CEO คนดังอยู่ระหว่างการจัดการกับผลพวงที่ตามมา จากกรณีอื้อฉาวที่บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Cambridge Analytica ซึ้งใช้งานให้กับทีมหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ดึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ Facebook 50ล้านบัญชีไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีทีท่าว่า Facebook พร้อมหรือยินดีที่จะใช้มาตรการขั้นรุนแรงอย่างที่ GDPR บัญญัติไว้และนำมาใช้กับประเทศต่างๆนอกยุโรปที่ใช้ Facebook ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย นอกจากนี้ผู้ใช้จะต้องได้รับสิทธิ์ในการพิกถอนคำอนุญาตตลอดจนผู่้ใช้งานต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลใดๆที่มีการเก็บรวบรวมไว้และต้องมีขั้นตอนในการยืนยันตัวตนอย่างเหมาะสมเมื่อมีการร้องขอให้ผู้ใช้งานทำการอนุญาตเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งหากบริษัทใดละเมิดกฏ จะต้องถูกปรับเงิน 20 ล้านเหรีนญสหรัฐ (620 ล้านบาท) หรือ 4% ของผลประกอบการรายได้ทั่วโลกของบริษัท
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป

GDPR คือ อะไร ส่งผลกระทบอย่างไร
บทความ
หลังจากที่ Mark Zuckerberg CEO บริษัทFacebook ได้ประกาศใช้GDPR คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ใช้ทั่วโลกสงสัยมั้ยค่ะ ว่า GDPR คืออะไร มีประโยชน์ มีผลกระทบอย่างไร ทั้งนี้เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าค่า.... GDPRความเป็นส่วนบุคคล (Privacy)เริ่มเป็นประเด็นร้อนที่หลายๆคนสนใจโดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ Data Breach และข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองถูกขโมยไปใช้ในทางผิด ส่งผลให้ประเทศที่พัฒนาแล้วหลายแห่งมีการออกกฏหมายเพื่อคุ้มครองข้อมูล ผู้บริโภค ล่าสุดทางสภาพยุโรป (EU) ก็เตรียมประกาศใช้กฏหมายสำหรับการปกป้องข้อมูลของพลเมืองที่อยู่สภาพเดียวกันเรียกว่า General Data Protection (GDPR) GDPR คือ เป็นกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป เพื่อตอบรับกระแสของการใช้อินเตอร์เน็ต ธุรกิจ E-commerce การโฆษณาและการตลาดออนไลน์ในโลกยุคดิจิทัล GDPR ได้รวมกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลของผู้บริโภคหลายฉบับไว้ด้วยกันแต่เพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้กฏหมายฉบับใหม่ยังระบุให้บริษัทที่ถือข้อมูลของพลเมืองใหสหภาพต้องรายงานเหตุการณ์ Data Breach ที่เกิดขึ้นต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องและผู้บริโภค รวมไปถึงตอบคำถามเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลของผู้บริโภคไปใช้ในงาน GDPR ทำให้ประเทศสมาชิกใช้กฏหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับเดียวกันซึ่งช่วยให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจระหว่างกลุ่มประเทศที่เป็นสมาชิกอีกด้วย ผลกระทบของ GDPR  จะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 ซึ่งผลกระทบต่อทุกษริษัทที่มีการถือครองข้อมูลของพลเมือง EU โดยไม่สนใจว่าบริษัทนั้นๆจะตั้งอยู่ที่ใดในโลก กฏหมายฉบับนี้ไม่เพียงแค่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อนามสกุล อีเมล เบอร์โทร หรือที่อยู่เท่านั้นแต่จะคุ้มครองข้อมูลใดๆก็ตามที่สามารถชี้กลับมายังตัวบุคคลได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ใช้ระบุตัวตนบนโลกโลกออนไลน์(เช่น IP) หรืออัตลักษณ์บนโลกโซเชียล เตรียมรับมืออย่างไร สิ่งจำเป็นสำหรับบริษัทที่ต้องถือครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองใน EU คือ การศึกษาและเตรียมการให้ดีบริษัทควรมีบทบาทการดำเนินการต่างๆและทำให้มั่นใจว่ามาตรการควบคุมที่ตนใช้อยู่เพียงพอต่อการปกป้องข้อมูลดังที่ระบบไว้ในกฏหมายในขณะนี้ที่ฝั่งผู้บริโภคเองก็ควรศึกษากฏหมายเพื่อที่จะได้ทราบสิทธิ์และขอบเขตที่ตนสามารถดำเนินการได้เพื่อปกป้องการดนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับทราบข้อมูลเมือเกิดเหตุ Data breach อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับกฏหมายอื่น อาจต้องใช้เวลานานนับปีในการตีความและทำให้กระจ่างจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชั้นศาล
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป

13 ความสำเร็จของ Steave Jobs
บทความ
สตีฟ จ๊อบส์ อุทิศชีวิตให้กับการคิดนอกกรอบ ผลผลิตทางความคิดที่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่พลิกโฉมหน้าอุตสากรรมและขับเคลื่อนพลโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ข้อคิดดีๆต่อไปนี้คือผลต่อไปนี้ คือ ผลพวงจากการติดตามชีวิตของเขาในยามยากและรุ่งโรจน์ ในชีวิตจริงเราอาจคงอาจฝันถึงความเป็นสุดยอดเช่นเขา 1. Beginners don't have bagage. เริ่มต้นอย่างไร้กังวลเริ่มต้นเล็กแต่คิดใหญ่ เริ่มต้นทำสิ่งหนึ่งโดยเริ่มจากศูนย์แล้วนับหนึ่ง มักเป็นคนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ 2. Be bold จงห้าวหาญสตีฟ มักจะย้ำถึงการทำสิ่งที่ชัดเจนด้วยความกล้าและปราศจากความกลัว 3. Be what's next มองหาสิ่งใหม่มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จงเรียนรู้ อย่าฟูมฟายกับอดีตที่จบไป บางครั้งก้าวแรกอาจจะแสนยากแต่จงเริ่มทำและความกล้าหาญจะเกิดขึ้นตามมา 4. Design by commiteedoesn't work อย่าให้คนในกลุ่มหนึ่งมาตัดสินชี้ชะตามันเป็นเรื่องยากที่จะออกแบบอะไรซักอย่างตามความต้องการของพวกคนที่มานั่งประชุมกัน คนเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจริงๆ จนกว่าจะได้เห็นสิ่งนั้น 5. Design is more than veneer.การออกแบบไม่ใช่การสร้างเปลือกนอกเพื่อห่อหุ้ม แต่ มันคือสิ่งที่มีมิติและมีองค์ประกอบซ้อนกันหลายชั้น การออกแบบคือจิตวิญญาณขั้นต้นทางความคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีหัวใจของการออกแบบที่ดี 6. Don't live someone else's lite. จงใช้ชีวิตแบบของคุณชีวิตสั้นนัก อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่าด้วยการทำตามผู้อื่น อย่ายึดติดกับกฏเกณฑ์ข้อบังคับ ให้ทำตามที่ใจคุณเรียกร้องและสัณชาตญาณ 7. Drive to do great thinds.ค้นหาความทะเยอทะยานและปราถนาที่แท้จริงของคุณให้พบ 8. Excellence is away of life. มองหาความเป็นเลิศคุณภาพและความงามคือเป้าหมายสูงสุด หลายคนไม่คุ้นเคยกับสภาวะการทำงานที่ต้องอาศัยความเป็นเลิศคือหัวใจสำคัญที่สุดในการทำงาน 9. Get out of the way for the moving force. จงอย่าเป็นตัวถ่วงสตีฟ ไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้ "หน้าที่หลักของผมคือทำให้คนที่ทำงานจริงๆ นั้นอยู่ดีมีสุขและเก็บพวกคนที่ไม่ทำงานเอาไว้ห่างจากคนที่มีประโยชน์เหล่านี้" 10. If they fall in love with the company,every thing else take care of itself. มองหาคนทำงานที่มีความรักทุ่มเทให้องค์กรตัวแปรแห่งความสำเร็จ คือ คนทำงานจะรักบริษัทหรือเปล่า ถ้าเขารักแอ็ปเปิ้ล เขาจะนำพาแต่สิ่งที่ดีที่สุดสู่แอ็ปเปิ้ล 11. It bettle be worth it. ไม่ลองไม่รู้ จงทำให้ดีที่สุดอย่ามัวแต่หยุดนิ่งอยู่กับที่ "เมื่อเราได้เลือกแล้วว่าจะทำอะไรฉะนั้นจงเชื่อว่ามันจะดีคุ้มค่าเหนื่อย" 12. It's not the money. It's the impact. เงินไม่ใช่คำตอบของชีวิต คุณค่าของเราอยู่ที่การได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่โลก 13. Your brand is your most valuable asset. จุดยืนของตัวเองคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดนั่นคือคุณแตกต่างจากคนอื่น ทำให้คนอื่นทราบว่านี่แหละ คือตัวคุณนี่แหละคืออร่าของคุณ  
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป

10 ประโยคเปลี่ยนชีวิตของ Mark Zuckerberg
บทความ
1.เอาชนะคนที่เคยดูถูกเราให้ได้... . โดยเฉพาะแฟนเก่า!  พราะสมัยที่เรียน Mark Zuckerberg เคยถูกแฟนทิ้ง ตอนนั้น Mark   ทำตัวเละเทะมากจนถูกแฟนเก่าตราหน้าว่าไม่มีวันสำเร็จ 2.อย่าปล่อยให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักคุณดี มาทำลายจุดยืนของคุณ Mark ไม่เคยสนใจคำครหาของใครๆที่เข้ามาดูถูกเขาหรือมองว่าเขาจะทำไม่ได้ 3.ทำในสิ่งที่รักและรักในสิ่งที่ทำ การทำให้สิ่งที่รักย่อมทำได้ง่ายและดีกว่าสิ่งที่ไม่ชอบเสมอ 4.ผู้นำที่ดีต้องปลุกยักษ์ที่ซ่อนอยู่ในตัวคนรอบข้างได้ ถ้าผู้นำยังไม่กล้าที่จะปลุกพลังในตัวเองออกมา อย่าไปคิดถึงลูกน้องเลยว่าจะมีมอบพลังให้กับองค์กรได้แค่ไหน 5.แสดงให้ทุกคนได้รู้ว่าคุณคือผู้นำองค์กรตัวจริง ผู้นำดี ลูกน้องก็อยากเดินตาม 6.ตัวคุณเก่งอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องสร้างทีมให้เก่งเหมือนคุณด้วยการทำงานถ้าหัวหน้าเก่งอยากเดียว หัวหน้าก็คงจะทำงานคนเดียวได้ แต่การทำงานทุกอย่างต้องอาศัย ทีม ถ้าทีมเก่งงานก็จะไปต่อได้ดี และได้เร็ว 7.อย่าให้ความคิดเห็นคนรอบข้างปิดประตูความคิดสร้างสรรค์ของคุณการทำงานของ Mark Zuckerberg เริ่มมาจากความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองและเพื่อนๆ ใครจะอะไร ใครจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เขาก็ไม่สนใจ 8.อย่าเสียงานเพียงเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนตอนที่ Mark Zuckerberg สร้าง Facebook เขาไม่ได้สร้างแค่คนเดียว เขายังคงร่วมมือสร้างกับเพื่อนๆของเขา แต่ในการทำงานทุกอย่างก็คงไม่ได้ลงรอยกัน แต่เราต้องหาตรงกลางของกันและกันเพื่อให้งานเดินต่อไปได้ 9.อย่าให้ใครมาระบายสีให้ชีวิตเราชีวิตของเรา เราเลือกเองได้ อย่าให้ใครมาขีดเส้น หรือ ระบายสี เพื่อให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ 10.อยากประสบความสำเร็จ ต้องฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึงความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความฝันของเรา แต่อยู่ที่ว่าผันแล้วเราจะเดินไปตามความฝันนั้นของเราหรือไม่10 ประโยคของคนอื่น ก็ไม่สำคัญเท่ากับการลงมือทำของตนเอง ต่อให้คนที่เก่งที่สุด คนที่รวยที่สุด มาพูดให้ฟังต่อหน้าแต่ถ้าคุณไม่เริ่มทำยังไงสิ่งที่คุณต้องการก็คงไม่เกิดขึ้นอย่างที่คุณตั้งใจไว้แน่นอน
ผู้สร้าง : Mr.Pasupat S.

MediaTek ก็มา เปิดตัว Helio P60 หน่วยประมวลผล AI บนสมาร์ทโฟน
ข่าวสาร
เมื่อเทรนด์การใช้งานปัญญาประดิษฐ์เริ่มแผ่ขยายไปยังสมาร์ทโฟน จนผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่อย่าง Qualcomm เริ่มผลิตชิปเซ็ตออกมารองรับการทำงานประเภทนี้โดยเฉพาะ ล่าสุด​ MediaTek ตามมาแล้วด้วย Helio P60 สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับท็อป Helio P60 ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร โดยนอกจาก Helio P60 แล้ว ทางMediaTek มีแผนจะเปิดตัวชิปเซ็ตที่รองรับการประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์อีกตัวด้วยภายในครึ่งปีแรก ขณะที่แบรนด์ที่นำ Helio P60 ไปใช้แล้วก็มี Oppo ขณะที่สมาร์ทโฟนที่รันด้วย Helio P60 จะเริ่มออกสู่ท้องตลาดในไตรมาสหน้า ที่มา - Taipei Times
ผู้สร้าง : ผู้ใช้ทั่วไป